ทำอย่างไรให้มีแรงจูงใจต่อไปในเส้นทางการลดน้ำหนักของคุณ

ทำความเข้าใจว่าทำไมแรงจูงใจถึงอยู่กับเราไม่นาน และจะสร้างความคืบหน้าที่ยั่งยืนได้อย่างไร

Kelsey Green
-
นักโภชนาการ (ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์สุขภาพ สาขาเวชศาสตร์โภชนาการ)
อ่าน 4 นาที

ทำไมแรงจูงใจถึงหายไป และคุณจะทำอะไรได้บ้าง

หากคุณกำลังรู้สึกว่าการรักษาแรงจูงใจระหว่างพยายามลดน้ำหนักเป็นเรื่องยาก คุณไม่ได้เป็นคนเดียว จากแบบสำรวจล่าสุดของ fatsecret มีผู้ตอบมากกว่า 52% ที่บอกว่า การขาดแรงจูงใจ เป็นหนึ่งในอุปสรรคใหญ่ที่สุดต่อการไปถึงเป้าหมายการลดน้ำหนักของตัวเอง

แรงจูงใจอาจให้ความรู้สึกว่า คาดเดาไม่ได้ บางวันคุณมีแรงฮึดเต็มที่ แต่บางวันกลับรู้สึกยากมากที่จะทำตามแผน ปัญหาคือแรงจูงใจไม่ได้ถูกออกแบบมาให้คงที่ตลอดเวลา มันขึ้น ๆ ลง ๆ เป็นธรรมชาติอยู่แล้ว ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมถ้าคุณพึ่งพาแค่ความรู้สึกอยากทำ ก็หลุดจากเส้นทางได้ง่าย

ดังนั้น แทนที่จะรอให้แรงจูงใจกลับมา ลองมาดูกันว่า ทำไมมันถึงจางหายไป และคุณจะเดินหน้าต่อได้อย่างไรโดยไม่ต้องพึ่งพามันเพียงอย่างเดียว

ทำไมแรงจูงใจถึงหายไปเร็วขนาดนั้น?

สาเหตุใหญ่ข้อหนึ่งที่ทำให้เราหาแรงจูงใจได้ยาก คือวิธีที่สมองของเราจัดลำดับความสำคัญของรางวัล เรามักถูกดึงดูดตามธรรมชาติไปหาสิ่งที่ให้ความรู้สึกดีในตอนนี้ เช่น การนั่งพักบนโซฟาหลังจากวันอันยาวนาน มากกว่าการลงมือทำสิ่งที่ต้องใช้เวลาจึงจะเห็นผล

แนวคิดนี้เรียกว่า delayed discounting ซึ่งหมายความว่าเรามักให้คุณค่ากับรางวัลที่มาเร็วมากกว่ารางวัลที่ต้องใช้เวลา ปัญหาคือสิ่งนี้อาจเป็นอุปสรรคเมื่อพยายามลดน้ำหนัก เพราะผลลัพธ์ไม่ได้เกิดขึ้นทันที คุณอาจเลือกทำสิ่งที่ดีต่อสุขภาพต่อเนื่องหลายวันหรือแม้แต่หลายสัปดาห์ก่อนจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ในช่วงเวลานั้น แรงจูงใจอาจลดลง เพราะสมองรู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่ยังสัมผัสผลไม่ได้ยากขึ้น

แรงจูงใจยังเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับปัจจัยภายนอก เช่น ตัวเลขบนตาชั่งที่เปลี่ยนไป หรือคำชมจากคนรอบตัว สิ่งเหล่านี้สามารถ เพิ่มแรงจูงใจได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้อยู่คงที่เสมอไป เมื่อความตื่นเต้นในช่วงแรกเริ่มลดลง หรือความคืบหน้าที่ยังจับต้องไม่ได้ไม่ปรากฏขึ้น ก็เป็นเรื่องง่ายที่จะรู้สึกไม่อยากทำต่อ

สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่าเป้าหมายการลดน้ำหนักของคุณไม่สำคัญอีกต่อไป แต่หมายความว่าสมองของคุณต้องการมากกว่าเดิมเพื่อรักษาแรงจูงใจให้ทำต่อ

ทำอย่างไรให้มีแรงจูงใจต่อไปในเส้นทางการลดน้ำหนักของคุณ

การรู้สึกมีแรงจูงใจในช่วงเริ่มต้นของการลดน้ำหนักมักเป็นส่วนที่ง่ายที่สุด แต่เมื่อผ่านไปสักระยะ แรงจูงใจก็เปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติ แทนที่จะรอให้มันกลับมาเอง การหาวิธีเดินหน้าต่อโดยไม่ต้องพึ่งแรงจูงใจเพียงอย่างเดียวจะช่วยได้มาก นี่คือวิธี:

1. หาเหตุผลที่แท้จริงของคุณให้เจอ

ลองนึกถึงการตั้งเป้าหมายแบบ “ฉันอยากเก็บเงินให้มากขึ้น” มันฟังดูดี แต่ไม่ได้ผลักดันให้ลงมือทำจริงนัก เมื่อคุณเริ่มหาว่า ทำไม คุณถึงอยากเก็บเงิน เช่น เพื่อไปเที่ยว วางเงินดาวน์บ้าน หรือรู้สึกเครียดเรื่องบิลน้อยลง มันจะเริ่มมีความหมายขึ้นทันที และกลายเป็นสิ่งที่ให้ความสำคัญได้ง่ายขึ้นมาก

การลดน้ำหนักก็เหมือนกัน การตั้งเป้าหมายการลดน้ำหนักที่มีความหมายจริง ๆ กับชีวิตของคุณคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณไปถึงมันได้ เมื่อเป้าหมายของคุณเชื่อมโยงกับสิ่งที่สำคัญจริงในชีวิต เป้าหมายเหล่านั้นจะกลายเป็นสิ่งที่จัดลำดับความสำคัญได้ง่ายขึ้น แม้ในวันที่แรงจูงใจต่ำ

เริ่มจากเป้าหมายผิวเผินอย่าง “ฉันอยากลดน้ำหนัก” แล้วถามตัวเองต่อไปว่า “ทำไม” จนกว่าคุณจะเจอคำตอบที่ลึกกว่านั้น มันอาจรู้สึกเหมือนถามซ้ำ ๆ แต่กระบวนการนี้จะช่วยให้คุณผ่านคำตอบกว้าง ๆ ไปสู่คำตอบที่กระตุ้นคุณได้จริง

ตัวอย่างเช่น:

“ฉันอยากลดน้ำหนัก”

ทำไม? “เพราะฉันไม่รู้สึกดีกับเสื้อผ้าที่ใส่”

ทำไม? “เพราะฉันเริ่มหลีกเลี่ยงงานต่าง ๆ และไม่อยากถ่ายรูป”

ทำไม? “เพราะฉันอยากกลับมารู้สึกมั่นใจและมีส่วนร่วมกับชีวิตของตัวเองอีกครั้ง”

“ทำไม” ที่ลึกกว่านี้แหละ คือสิ่งที่คุณจะย้อนกลับมานึกถึงในวันที่เหนื่อย เครียด หรืออยากยอมแพ้ มันทำให้ความพยายามรู้สึกคุ้มค่า และทำให้เป้าหมายของคุณมีโอกาสอยู่กับคุณได้นานขึ้นมาก

2. สร้างนิสัย เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องพึ่งแรงจูงใจอย่างเดียว

ส่วนสำคัญอย่างมากของการลดน้ำหนักไม่ใช่แรงจูงใจ แต่คือนิสัย แรงจูงใจมาแล้วก็ไป แต่นิสัยคือสิ่งที่พาคุณผ่านวันที่เหนื่อย เครียด หรือแค่ไม่อยากทำ ลองนึกถึงสิ่งที่คุณทำโดยอัตโนมัติอย่างการแปรงฟัน คุณไม่ได้ตื่นขึ้นมาพร้อมแรงจูงใจที่จะทำมัน แต่คุณก็ทำ เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตร ไม่ต้องตัดสินใจเพิ่ม หรือเถียงกับตัวเองว่าจะทำดีไหม

นิสัยเกิดจาก การกระทำเล็ก ๆ ที่ทำซ้ำบ่อย ๆ ไม่ใช่ความพยายามครั้งใหญ่ที่ทำเป็นบางครั้ง เมื่อพฤติกรรมอย่างการบันทึกอาหารหรือการเดินสั้น ๆ หลังเลิกงานกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรปกติ มันจะเลิกดูเหมือนเป็นงานใหญ่ที่ต้องใช้แรงจูงใจ คุณไม่ต้องคอยโน้มน้าวตัวเอง ไม่ต้องรอให้รู้สึกฮึกเหิม มันจะเกิดขึ้นเอง และความสม่ำเสมอนั้นแหละที่ค่อย ๆ ขยับตัวเลขบนตาชั่งเมื่อเวลาผ่านไป

สิ่งนี้ต้องใช้ความอดทน แต่ยิ่งคุณฝึกนิสัยง่าย ๆ มากเท่าไร มันก็จะยิ่งกลายเป็นเรื่องอัตโนมัติมากขึ้น

3. หาวิธีทำให้คุณสนุกกับกระบวนการ

หนึ่งในเหตุผลใหญ่ที่สุดที่แรงจูงใจหายไป คือการลดน้ำหนักเริ่มรู้สึกเหมือนเป็นงานหนักที่ได้ผลตอบแทนน้อย หากทุกการเลือกให้ความรู้สึกเหมือนการเสียสละ เช่น ต้องกินของที่ชอบน้อยลง ออกกำลังกายในวันที่คุณอยากพัก หรือพูดคำว่า “ไม่” มากกว่าคำว่า “ได้” ก็ไม่แปลกเลยที่แรงจูงใจจะค่อย ๆ หายไป เมื่อประสบการณ์ทั้งหมดไม่มีส่วนไหนน่ารู้สึกดี แรงจูงใจก็ย่อมหายไปตามธรรมชาติ ดังนั้นการหาบางส่วนของเส้นทางนี้ที่คุณตั้งตารอได้จึงมีประโยชน์มาก

มันอาจง่ายแค่การทำอาหารที่คุณชอบจริง ๆ แทนที่จะฝืนกินตัวเลือกที่คุณไม่ชอบ หรือเก็บพอดแคสต์โปรดไว้ฟังตอนออกกำลังกาย เมื่อมีกิจกรรมบางอย่างในกิจวัตรที่รู้สึกสนุกหรือคุ้มค่า การกลับมาทำอีกในวันรุ่งขึ้นก็จะง่ายขึ้น และความสม่ำเสมอนั้นเองที่จะช่วยให้คุณเดินหน้าต่อไปสู่การลดน้ำหนัก แม้ในวันที่แรงจูงใจต่ำ

แรงจูงใจจะมีทั้งขึ้นและลงเสมอ และนั่นเป็นเรื่องปกติของการลดน้ำหนัก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมีนิสัยง่าย ๆ และทำได้จริง ที่คุณสามารถกลับมายึดได้ในวันที่แรงจูงใจไม่อยู่ ค่อย ๆ ทำต่อไปในแบบเล็ก ๆ และเตือนตัวเองเสมอว่าทำไมสิ่งนี้ถึงสำคัญกับคุณ

Kelsey Green
นักโภชนาการ (ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์สุขภาพ สาขาเวชศาสตร์โภชนาการ)